ตลาดรถ มือสองนั้นเชื่อถือได้ไม่

ตลาดรถ

ตลาดรถ รวบรวมปัญหาเกี่ยวกับตลาดรถยนต์มือสอง ที่หลายคนอาจยังไม่กล้าเข้าไปเสี่ยง เพราะกลัวเรื่องมิจฉาชีพและรถที่ไม่ตรงปก แต่วันนี้ทาง burning ได้นำคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับตลาดรถมือสองมาฝากกัน

ตลาดรถ มือสองเชื่อถือได้ไหม มีปัญหาอะไรบ้างสำหรับผู้ซื้อ

ขึ้นชื่อว่าสินค้ามือสอง ก็เรียกได้ว่ามีความ “ตาดีได้ ตาร้ายเสีย” อยู่เกือบทุกประเภท และอาจต้องตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนกว่าสินค้ามือหนึ่ง รถยนต์มือสองก็เช่นกัน ในปัจจุบันนี้ตลาดรถมือสองมีความกว้างขวางและเต็มไปด้วยผู้ซื้อผู้ขายมากหน้าหลายตา จนทำให้มือใหม่ที่อยากมีรถมือสองแจ่มๆ สักคันไม่กล้าย่างกรายเข้ามา เพราะกลัวมิจฉาชีพ แต่ที่จริงแล้ว วงการตลาดรถมือสองนั้นหากเรามีความระมัดระวัง รู้จักตรวจสอบข้อมูลให้ดี ก็ช่วยลดปัญหาลงไปได้มากโขแล้ว และในวันนี้ ทาง burning ก็ได้รวบรวมปัญหาที่พบเจอในตลาดรถมือสอง พร้อมคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน

ตรวจสภาพรถจริงก่อนซื้อทุกครั้ง

ไม่ได้มีแค่การออกเดทครั้งแรกแล้วเจออีกฝ่ายมีหน้าตาไม่ตรงปกเท่านั้น แต่ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้ในตลาดรถมือสองเช่นกัน เราอาจเห็นรูปรถมือสองแล้วตกหลุมรักเข้าอย่างจัง รถหน้าตาแจ่มแว้ว เลขไมล์ไม่มาก รุ่นปียังไม่เก่ามาก และราคาไม่แรง แต่เมื่อเห็นสภาพจริงเป็นอันต้องช็อค เพราะไม่มีอะไรตรงกับที่ระบุไว้สักอย่าง

จากกระทู้พันทิปหัวข้อ บทเรียนราคาแพงสำหรับคนคิดจะซื้อรถมือสอง เป็นตัวอย่างที่ย้ำเตือนผู้ซื้อรถมือสองได้ขึ้นใจว่า ก่อนซื้ออย่าลืมตรวจเช็คสภาพรถให้ดีก่อน โดยใจความของกระทู้นี้ได้กล่าวว่า ผู้ขายรถมือสองเป็นหัวหน้า ได้ขายรถปี 2007 รุ่นท็อป วิ่งแค่ 60,000 กิโล ใช้คนเดียว วิ่งแค่สมุทรปราการไม่ได้ออกต่างจังหวัดบ่อย ไม่ได้ลุยนํ้าท่วมอะไร วิ่งไปกลับที่ทำงาน ที่บ้าน และแค่ไปห้างในกรุงเทพ ซึ่งก็มีลูกน้องในแผนกตัดสินใจซื้อไป

แต่เมื่อซื้อไปแล้วกลับพบปัญหาต่างๆ นานา จนเจ้าของกระทู้ได้ถามไปว่า ก่อนซื้อรถได้ตรวจเช็ครถก่อนหรือไม่ แต่คำตอบที่ได้รับคือ “ไม่เคยไปดูเลย เห็นแค่ภาพในไลน์แล้วก็ตอบตกลงไป”
การจะซื้อรถมือสองสักคันนั้นไม่ได้มีราคา 199 เหมือนซื้อเสื้อผ้ามือสอง (หรือที่จริง เสื้อผ้ามือสองถ้าได้จับ ได้ลองใส่ก่อนก็ดี) ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อรถมือสอง ต้องมีการนัดเจอกัน และนัดดูรถเพื่อตรวจเช็คสภาพให้เรียบร้อยก่อนเสมอ อย่าเห็นว่าเป็นหัวหน้า หรือผู้ใหญ่แล้วเกรงใจไม่กล้าขอเช็ครถ เพราะผลเสียจะตกไปอยู่ที่คุณเต็มๆ

บทเรียนราคาแพงสำหรับคนคิดจะซื้อรถมือสอง

เรื่องมีอยู่ว่ามีหัวหน้าแผนกเสนอขายให้บรรดาลูกน้องซึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่โดนหัวหน้าเสนอขาย รถยี่ห้อชื่อ “ฮ” รุ่น “ซี” (ไม่ใช่รถหัวหน้าแต่เป็นรถเมียน้อยของหัวหน้า) โดยโฆษณาว่าเป็นรถปี 2007 รุ่นท็อป วิ่งแค่ 60,000 กิโล ใช้คนเดียว วิ่งแค่สมุทรปราการไม่ได้ออกต่างจังหวัดบ่อย ไม่ได้ลุยนํ้าท่วมอะไร วิ่งไปกลับที่ทำงาน ที่บ้าน และแค่ไปห้างในกรุงเทพ กับบรรดาลูกน้องซึ่งผมคนหนึ่งก็โดนหัวหน้าเสนอขายเหมือนกันกับคนอื่นแต่ด้วยที่ผมกำลังผ่อนบ้าน และมีรถเก่าๆขับอยู่ซึ่งก็ยังใช้ได้อยู่และบวกกับไม่อยากเป็นหนี้เพิ่มเลยบอกกับหัวหน้าว่า “ไม่เอาพอดีผ่อนบ้าน ผ่อนบัตรอยู่กลัวไม่ไหว” จริงๆก็สนใจล่ะแต่ก็คิดดีๆจากประวัติรถมันดูแปลกๆ ตั้งแต่ปี 2007 แต่วิ่งแค่ 60,000 กิโล ยิ่งได้ยินว่าวิ่งแค่ในสมุทรปราการไม่เคยออกต่างจังหวัด ฟังแล้วยิ่งแปลกใจเป็นไปได้เหรอว่าจะไม่มีใครเอารถไปต่างจังหวัดเลย? และแปลกสุดคือ ใช้แค่คนเดียวจะเป็นไปได้ยังไงที่จะไม่มีใครนั่งด้วยเลยล่ะ? แต่ก็ดีแล้วที่ไม่หาเรื่องใส่ตัวให้เป็นหนี้เพิ่ม

จนกระทั่ง… มีรุ่นพี่จากแผนกคนหนึ่งตกลงซื้อ….. แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

ผ่านไปหนึ่งปีผ่านไป รุ่นพี่ที่ซื้อไปเริ่มบ่นเรื่องรถว่า ตั้งแต่ได้ไปรถเริ่มมีปัญหาตั้งแต่

  • แอร์เย็นบ้าง ไม่เย็นบ้าง พอไปให้ช่างตรวจสอบก็พบว่าท่อแอร์รั่ว กับมีซากหนูตายคาท่อแอร์
  • รถสตาร์ทไม่ติดบ้างไม่ติดบ้าง จนกระทั่งไม่ติดเลยพอให้ช่างดูก็พบว่า ไดสตาร์เสีย
  • ยางมีเสียงดัง จนพบว่ายางปีเก่าที่ติดมากับรถเลย
  • รถมีอาการสั่นทั้งคัน ก็พบว่ากรองโซล่าตัน
  • อาการช่วงล่าง ที่กำลังคอยการแก้ไข

รวมค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 120,000 บาทและอาจมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทั้งที่ตัวรถพี่เขาบอกว่าซื้อมา 280,000 บาทนั้นเกือบเท่ากับราคาตอนซื้อเลยนะ!!!!!

พอผมไปดูรถพี่เขาจริงๆก็พบว่า…

  1. รอบรถมีรอยขีดยาวเกือบรอบคัน คาดว่าเจ้าของเดิมน่าจะจอดทับที่ใครหรือเปล่าคือดูแล้วเกิดจากความตั้งใจของคนไม่ได้เกิดจากอุบติเหตุแน่นอน
  2. สีตัวถังมีรอยด่าง สีไม่เสมอกัน
  3. ที่จับประตูมีรอยเล็บทั้งสี่บาน รู้เลยว่าเจ้าของเดิมพาแก๊งเพื่อนสาวมานั่งบ่อย คือถ้าเป็นผู้ชายไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องรอยเล็บขนาดนี้
  4. เมื่อเปิดเข้ามาพบว่าเบาะมีรอยแตกทั้ง 4 เบาะ รู้เลยว่าไม่ได้ใช้คนเดียวแน่นอนสอดคล้องกับข้อสาม
  5. ปุ่มครบคุมเช่น แอร์ วิทยุ ต่างๆจางหายไปเฉพาะปุ่มที่ต้องใช้ประจำคาดว่าเกิดจากเจ้าของเดิมมีนิสัยชอบทาเล็บ
  6. เปิดดูห้องเครื่องและท้ายรถ พบว่ามีการชนมาก่อนตรงบริเวณท้ายรถและหน้ารถ

สรุปได้ว่า ตามที่ผมคาดไว้ไม่มีผิดจากสภาพรถสรุปได้ว่า รถไม่ได้ใช้คนเดียวมีเพื่อนติดรถไปด้วยเป็นประจำ อาจจะมีญาติพี่น้องมาด้วย ซึ่งก็จะสรุปได้ว่ารถไม่ได้วิ่งแค่ในสมุทรปราการ อาจมีวิ่งต่างจังหวัดเป็นไปไม่ได้เลยที่รถจะวิ่งแค่หกหมื่นโล จากสภาพรถและไมล์สรุปเลยว่ารถคันนี้โดนกรอไมล์แน่นอน แถมไม่เคยบำรุงอะไรเลยคือใช้อย่างเดียว

ผมเลยถามพี่เขาว่าตอนซื้อไปดูรถมาแล้วใช้ไหม? คำตอบที่ได้คือ “ไม่เคยไปดูเลย เห็นแค่ภาพในไลน์แล้วก็ตอบตกลงไป”

สรุปพี่เขา ตกลงทั้งที่ไม่ได้ดูของจริง และไม่ได้ลองเลย และเขาก็บอกอีกว่าพอจะบอกว่าไปดูหัวหน้าก็อ้างว่าเจ้าของมีธุระตลอดบวกกับตอนนั้นเจ้าตัวกับหัวหน้าอยู่ที่ธนาคารแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นพี่เขาเนี่ยเซ็นสัญญาซื้อขายไปแล้วด้วย!!!! ทั้งที่เห็นรถแค่รูป ไม่เคยลองขับ และพี่เขาบอกว่าให้เจ้าหน้าที่ธนาคารดูรถให้เขาตอบมาว่า “รถโอเค” ผมก็บอกกับพี่เขาว่า “ที่เขาดูรถให้แล้วบอกว่าโอเคเนี่ย เขาดูแค่เลขตัวถังว่าตรงกับเล่มไหม ไม่ได้ดูละเอียดอะไรขนาดนั้น” พอวันรับรถวันต่อมา หัวหน้าถอนประกันรถออกเลยอ้างว่าโอนให้กันไม่ได้ (แค่นี้ก็รู้เลยว่ารถมีปัญหาแน่นอนและที่ถอนคงไม่อยากให้เจ้าของใหม่ตรวจสอบประวัติการใช้ประกัน) บวกกับพี่เขาเอารถเข้าศูนย์ ทางนั้นแจ้งว่า “รถคันนี้ไม่เคยมีประวัติอะไร” สรุปได้ 2 อย่าง 1) รถไม่เคยเข้าศูนย์เลย ซ่อมอู่นอกอย่างเดียว 2.)ศูนย์รู้ว่ารถคันนี้กรอโมล์มาเพราะประวัติครั้งสุดท้ายกับครั้งล่าสุด ทิ้งช่วงห่างนาน สภาพรถไม่สอดคล้องกับเลขไมล์แต่ไม่อยากมีปัญหาเลยบอกว่าไม่มีประวัติ ยิ่งไปกว่าราคารถที่พี่เขาซื้อ เจ้าของเดิมตั้งตามราคาเต็นท์รถมือสองเลย คือ ราคาที่เต็นท์ให้มาอยู่ที่ประมาณ 160,000 – 190,000 บาท และราคาเต็นท์ที่ขายอยู่ที่ 250,000 – 290,000 บาท ซึ่งรถคันนี้จากสภาพแล้วน่าจะอยู่ที่ 150,000 – 160,000 แต่ด้วยความหัวใสของเจ้าของเดิมไง บวกกับขี้งกและบังเอิญเจอคนหน้ามืดอยากได้รถพอดีเลยขายได้เร็ว สรุปก็คือเจ้าของเดิมได้กำไร 90,000 – 100,000 บาทโดยไม่ต้องปรับปรุงรถอะไรขายมันสภาพเดิมๆแบบนั้นเลยสุดยอดจริงๆ ยิ่งกว่านั้นพี่เขาจะขายคันนี้ด้วยพอฟังราคาเต็นท์แล้วถึงกับเข่ารุดเลยอยู่ที่ 160,000 ถ้าข้ามปีนี้ไปน่าจะราคาตกกว่านี้อีกทั้งที่ราคาซ่อมอยู่ที่ 120,000 โดยประมาณ หนักกว่านั้นรุ่นที่พี่เขาใช้ไม่มี ABS เป็นรุ่นล่างสุด แต่ถึงยังไงพี่เขาก็จะขายอยู่ดี

ตลาดรถ

วิธีสังเกต ตลาดรถ

  1. อย่าเชื่อคำโฆษณาว่าจะจริงทั้งหมด
  2. คิดเสมอว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีรถไม่เคยวิ่งไปต่างจังหวัด
  3. คิดเสมอว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนใช้แค่คนเดียว แต่ต้องดูบุคลิกเจ้าของด้วยบางคนเป็นคนเงียบๆ ดูลึกลับ ดูแล้วน่าจะใช้คนเดียวจริงๆ
  4. อย่าเชื่อเลขไมล์ให้ดูสภาพรถตั้งแต่บริเวณประตู เบาะนั่ง ปุ่มกด อื่นๆมันดูเก่าจนเกินไปไหมยกเว้นว่าเจ้าของเดิมจะลงทุนซื้อปุ่มใหม่ มีความสอดคล้องกับเลขไมล์ไหม วิธีดูรถเนี่ยหาจากในคลิป youTube สิมีเยอะแยะ
  5. ก่อนซื้อควรศึกษารุ่นรถที่จะซื้อมีอะไรบ้าง ตรงที่ต้องการไหม ราคาตลาดเป็นอย่างไร คุณภาพกับราคาสอดคล้องไหม
  6. ควรไปดูรถจริง ลองขับจริง อย่าเห็นแค่รูปแล้วตกลงเลย แค่สละเวลาวันเดียวดีกว่าสู้กับปัญหาเรื่องรถเป็นสิบปี
  7. การซื้อขายไม่มีคำว่า “เกรงใจ” เพราะสิ่งนี้จะทำให้เราเดือดร้อนได้เพราะคนที่จะอยู่กับปัญหาคือตัวเราเองไม่ใช่คนขาย
  8. เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่ได้มีความรู้เรื่องรถไปชะทุกคน เขามีหน้าที่แค่รถคันนี้ผิดกฎหมายไหม เลขตัวถัง กับเล่มตรงกันหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่เขาดูแค่นั้นจริงๆ ซึ่งต้องเข้าใจว่าเขาเองก็อยากทำยอดเขาไม่สนหรอกว่ารถลูกค้าที่จะซื้อมีปัญหาไหม ถ้าดูไม่เป็นก็จ้างช่างไปดูสละเงินแค่ 5,000 บาท ดีกว่าเสียค่าซ่อมเป็นแสน ซื้อรถทั้งทีอย่า “งก” เงินในกระเป๋า ไม่งั้นจากเสียน้อยกลายเป็นเสียมาก”
  9. ศึกษารุ่นรถและราคาตลาดให้ดี
    มีผู้บริโภคหลายรายที่ตัดสินใจจากความชอบ โดยไม่ศึกษาข้อมูลเกี่ยกวับสินค้านั้นๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน ผู้ซื้อในตลาดรถมือสองก็เช่นกัน บางครั้งเห็นรถสวยราคางามก็รีบคว้าเอาไว้ทันที แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจควักเงินจากกระเป๋าซื้อรถมือสองคันนั้น อย่าลืมศึกษาข้อมูลสักนิดก่อนว่า รถคันนั้นราคามือหนึ่งเท่าไหร่ และบวกลบปีไปว่าราคาควรจะลดลงมาเท่าไหร่ เพราะราคาที่คุณคิดว่าถูก หากนำไปเปรียบเทียบกับผู้ขายรายอื่นๆ คุณอาจเจอรถที่ถูกกว่าและคุรภาพดีกว่าก็เป็นได้ รวมไปถึงเปรียบเทียบรุ่นรถที่ใกล้เคียงกันด้วยว่ามีราคาแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าราคามือสองต่างกันมาก ก็อาจลองย้ายไปดูรถมือสองในตลาดรถมือสองที่ราคาถูกกว่าดูสักนิด ว่าทำไมราคาถึงแตกต่างกันมาก และคุณอาจได้รถมือสองราคาที่ถูกกว่าเดิมมาไว้ในครอบครองก็ได้

เลือกซื้อรถมือสองจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

หลายคนอาจไม่กล้าตบเท้าเข้ามาในตลาดรถมือสองเพราะกลัวว่าจะมีแต่คนไม่รู้จัก แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาดรถมือสองข้อแรก ก็เห็นได้ชัดว่าคนใกล้ตัวก็อาจทำให้คุณต้องมีน้ำโห จากความไม่จริงใจในการขายรถให้กันก็ได้ ดังนั้นเราจึงขอเสนออีก 1 ทางเลือกของตลาดรถมือสองที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ นั่นคือเว็บไซต์ Unseencar.com และ Chobrod.com ที่การลงประกาศขายรถนั้นจะต้องมีเล่มทะเบียนยืนยันตนเสียก่อนจึงจะสามารถลงประกาศได้ ช่วยให้มีความอุ่นใจขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งว่าเป็นผู้ขายจริงๆ แน่ๆ รวมไปถึงการมีรถที่หลากหลาย เหมาะกับทุกการใช้งาน โดยสามารถเลือกดูรุ่นรถ ราคา ปี ได้อย่างครบครัน
ตลาดรถมือสองไม่ได้มีแต่มิจฉาชีพ แต่ยังมีผู้ขายดีๆ อยู่มากมายที่ต้องการขายรถ และยังรอผู้ซื้อดีๆ อย่างคุณให้เข้ามาในตลาดรถมือสองเช่นกัน หากคุณไม่รู้จะเริ่มต้นซื้อรถมือสองอย่างไร ก็เริ่มที่การดูข้อมูลและบทความต่างๆ ของทั้งเว็บไซต์ Unseencar.com และ Chobrod.com ก่อนได้เลย แล้วการซื้อรถในตลาดรถมือสองกจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ตลาดรถยนต์มือสองคึกคัก แม้มีโควิด-19 พบ “โตโยต้า” ราคาตกน้อยสุด

KKP Research มองภาพรวมตลาดรถยนต์ พบโควิด-19 กระตุ้นให้ตลาดรถมือสองกลับมาคึกคักอีกครั้ง สวนทางยอดขายรถป้ายแดง พบ “โตโยต้า” ราคาตกน้อยสุด แนะจับตาไตรมาส 4 ตลาดรถจะเริ่มแผ่วลง

จากการวิเคราะห์ของ KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร มองว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ด้วยปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่รุมเร้า และถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชากร รวมถึงกระทบความต้องการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงอย่างรถยนต์ ด้วยจากความไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจและการจ้างงาน อีกทั้งยังมีแนวโน้มใหญ่ (Megatrends) ที่อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ต่อเนื่องถึงธุรกิจจัดจำหน่าย (Dealership)

ขณะเดียวกันในอนาคตอันใกล้นี้ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนไปใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้น และมีแนวโน้มต้นทุนที่ถูกลง และวิถีชีวิตของคนเมืองที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากทางเลือกในการเดินทางที่เพิ่มขึ้นที่อาจส่งผลให้ความเชื่อที่ว่า รถ คือ ปัจจัยที่ 5 ได้ลดความสำคัญลง (Mobility as a service) สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ทั่วโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง

“ตลาดรถยนต์ไทยได้รับผลกระทบจากทั้งรอบวัฏจักรการเปลี่ยนรถยนต์ที่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และจากวิกฤตการณ์โควิด ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ใหม่จะหดตัว 35% ในปี 63”

อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ รถยนต์มือสองดูเหมือนจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่หลายคนเริ่มมองหา ในช่วงที่ภาวะการเงินของครัวเรือนได้รับผลกระทบและมีความไม่แน่นอน แต่ยังมีความจำเป็นต้องใช้รถเพื่อเดินทางไปทำงาน หรือเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศแทนการเดินทางด้วยเครื่องบิน หรือการท่องเที่ยวต่างประเทศ
โดย KKP Research พบว่า วัฏจักรการเปลี่ยนรถยนต์ของผู้ใช้รถในไทยอยู่ที่ประมาณ 74 เดือน หรือ ประมาณ 6 ปี แต่พบว่าในอนาคตนี้ ระยะเวลาการเปลี่ยนรถมีแนวโน้มสั้นลงเรื่อยๆ โดยรอบใหญ่ของการซื้อรถยนต์เกิดขึ้นระหว่างปี 2012-2013

ส่วนใหญ่เป็นรถขนาดต่ำกว่า 1,500 ซีซี รวมถึงรถกระบะเพื่อใช้สิทธิ์คืนภาษีฯ ตามนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ส่งผลให้รอบการเปลี่ยนรถที่เคยใช้สิทธิ์จากโครงการฯ เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2018 ที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์ใหม่ หรือรถป้ายแดงขยายตัวได้ถึง 20%

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ใหม่เริ่มแผ่วลงหลังจากนั้น ก่อนถูกซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้กำลังซื้อของประชากรลดลงจากผลกระทบต่อรายได้ และความเสี่ยงจากการถูกเลิกจ้าง เป็นผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้พบว่า ตลาดรถใหม่หดตัวแล้วถึง 37%

KKP Research คาดว่าตลอดทั้งปี 2020 ยอดขายรถยนต์ใหม่จะลดลงเหลือเพียง 651,000 คัน คิดเป็นการหดตัวถึง 35% จากยอดขายในปีที่แล้วที่ 1 ล้านคัน

โควิดกระตุ้นตลาดรถมือสองให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

แม้ว่ายอดขายรถยนต์ป้ายแดงจะหดตัว 37% ตลอดครึ่งปีแรก แต่ยอดขายรถมือสองที่วัดจากยอดโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ลดลงเพียง 15% สะท้อนให้เห็นสภาวะตลาดรถยนต์มือสองที่ยังคงแข็งแกร่ง และยืดหยุ่นกว่าตลาดรถใหม่ เนื่องมาจากกำลังซื้อที่หดตัวลงอย่างมากจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคอาจชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่ออกไป รวมทั้งอาจมีบางส่วนตัดสินใจหันไปซื้อรถยนต์มือสองเพื่อทดแทนการซื้อรถยนต์ป้ายแดงมากขึ้น

อีกทั้งแนวโน้มราคารถยนต์มือสองปรับตัวลดลงจนมีความน่าสนใจ และมีสัดส่วนรถปีใหม่ๆ คือ หลังปี 2015 ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากการเทขายของผู้ใช้รถที่เผชิญปัญหาสภาพคล่อง หรือจากการขายทอดตลาด

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ One2car ที่เป็นตลาดรถออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่าจำนวนรถที่ลงประกาศขายก่อนครบรอบการเปลี่ยนรถปกติ (Replacement cycle) หรือรถมือสองที่จดทะเบียนหลังปี 2015 เพิ่มขึ้นถึง 6.1% จากต้นปี สวนทางกับรถปีเก่าที่มีจำนวนลดลงกว่า 1 ใน 4 และขยายสัดส่วนเพิ่มจาก 26% ในเดือนมกราคมเป็น 32% ในเดือนมิถุนายน

ตลาดรถมือสองได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดรถใหม่ และได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นหลังโควิดจากความกังวลด้านสุขภาพ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจซบเซาและการใช้จ่ายสินค้าคงทนต่างๆ มีแนวโน้มหดตัว รถมือสองหรือรถใช้แล้วกลับได้รับผลกระทบน้อยกว่ารถใหม่

ทั้งนี้ เนื่องจากสามารถทดแทนรถใหม่ได้ในราคาที่ถูกกว่ามาก และยังเป็นตลาดแลกเปลี่ยนให้ผู้ใช้รถสามารถขยับขยายขนาด หรือประเภทของรถตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงอายุ (Life cycle) โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินสดก้อนใหญ่หรือขอสินเชื่อ

ข้อมูลจาก Google Trends ยังชี้ให้เห็นว่าตลาดรถมือสองในช่วงคลายล็อกดาวน์กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น โดยการค้นหาข้อมูลรถมือสองยี่ห้อหลักในอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี ชี้ให้เห็นถึงความต้องการมีรถยนต์เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในแง่กำลังซื้อที่ทำให้ไม่สามารถซื้อรถใหม่ได้

ราคารถมือสองเริ่มทรงตัว เต็นท์กล้ารับซื้อรถมากขึ้น

ตลาดรถมือสองได้รับผลกระทบอย่างมากในปี 2019 หลังการจบรอบการเปลี่ยนรถยนต์ที่เคยใช้สิทธิ์จากโครงการรถคันแรกที่ส่งผลให้มีสต๊อกรถมือสองเข้าสู่ตลาดจำนวนมากเกินความต้องการซื้อในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจชะลอตัว ราคารถมือสองจึงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถมือสองเริ่มทรงตัวได้ตั้งแต่ช่วงต้นปีก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ข้อมูลจาก One2car บ่งชี้ว่าราคารถในตลาดมือสองโดยภาพรวมปรับตัวลงมากในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม ก่อนจะปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิถุนายน ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ราคารถยนต์มือสองโดยภาพรวมปรับลดลงเพียง 1.4%

ขณะเดียวกัน ราคารถประมูลซึ่งสะท้อนต้นทุนสำหรับเต็นท์รถดิ่งลงในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 สูงสุดโดยลดลงถึง 18% เมื่อเทียบกับต้นปี จากการเปลี่ยนรูปแบบการประมูลมาเป็นการประมูลแบบออนไลน์แทนที่ศูนย์ประมูล จึงกลายเป็นโอกาสที่เต็นท์รถมือสองสามารถซื้อรถด้วยต้นทุนที่ถูกลงมาก

นอกจากนี้ยังสามารถปรับราคาขายเพื่อกระตุ้นยอดขายโดยยังคงส่วนต่างกำไรได้ ด้วยสาเหตุนี้ประกอบกับความต้องการที่อั้น (Pent-up demand) มาจากช่วงโควิด-19 ในช่วงแรกของการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เราเชื่อว่าตลาดรถมือสองจะยังคงคึกคักต่อไปได้ในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า

เมื่อพิจารณาตามยี่ห้อรถยนต์ พบว่า โตโยต้า (Toyota) ได้รับผลกระทบด้านราคาน้อยที่สุด โดยติดลบราว 3% YTD กลุ่มยี่ห้อที่ได้รับผลกระทบรองลงมา ได้แก่ ฮอนด้า (Honda), มิตซูบิชิ (Mitsubishi), ฟอร์ด (Ford), อีซูซุ (Isuzu) ที่ติดลบประมาณ 4-6% YTD ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ นิสสัน (Nissan) และ มาสด้า (Mazda) ซึ่งติดลบราว 8%

ปัจจัยที่ต้องติดตามในอนาคต

แม้ว่าตลาดรถโดยรวมจะกระเตื้องขึ้นในช่วงคลายล็อกดาวน์ แต่ตลาดมีแนวโน้มแผ่วลงในช่วงปลายปีนี้จากกำลังซื้อที่ลดลง KKP Research มองว่า ด้วยความต้องการซื้อรถยนต์ส่วนตัวที่อั้นมาจากช่วงการแพร่ระบาดสูงสุดของโควิด-19 ประกอบกับความต้องการเดินทางที่ธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์ ท่ามกลางความกังวลด้านสุขภาพ อีกทั้งราคารถที่มีแนวโน้มทรงตัวจะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดรถ โดยเฉพาะรถมือสองยังคงคึกคักได้ตลอดไตรมาส 3 ของปีนี้

อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดรถจะเริ่มแผ่วลงในไตรมาส 4 พร้อมกับการทยอยสิ้นสุดของการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงิน และการเลิกจ้างงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ถูกจัดชั้นเป็นหนี้เสีย หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีรถที่ถูกยึดและถูกขายทอดตลาดในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน เกินกว่าความต้องการของตลาดจะดูดซับได้ ทำให้ตลาดอาจกลับมาซบเซาอีกคราวหนึ่ง

FORD V FERRARI Supercar 2020 สุดยอดรถหรูในฝัน ที่ใครๆ ก็อยากครอบครอง

หาเงินออนไลน์ได้ง่ายๆ แค่คลิก : PG SLOT

ซูปเปอร์คาร์